top of page

ต้องหากับจำเลยต่างกันอย่างไร เข้าใจสถานะทางกฎหมายให้ถูกต้องก่อนดำเนินคดีอาญา

 

   เมื่อเกิดคดีอาญา หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า ผู้ต้องหา และ จำเลย เพราะเข้าใจว่าเป็นคำเดียวกัน แต่ในทางกฎหมาย ทั้งสองคำมีความหมายแตกต่างกันอย่างชัดเจน และมีสิทธิ หน้าที่ รวมถึงสถานะในกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เหมือนกัน

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้ต้องหาและจำเลยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลต่อแนวทางการต่อสู้คดี การใช้สิทธิทางกฎหมาย และการเตรียมตัวในแต่ละขั้นตอนของคดีอาญา
 

บริษัท เอส ลอว์ เฟิร์ม จำกัด
ให้บริการด้านคดีอาญาโดยทีมทนายความที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์ข้อกฎหมาย วางแผนการดำเนินคดี และดูแลลูกความตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงการพิจารณาของศาล

ผู้ต้องหาคืออะไร

  ผู้ต้องหา คือ บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอาญา และอยู่ระหว่างการสืบสวนหรือการสอบสวนของพนักงานสอบสวน แต่คดียังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของศาล

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้ต้องหายังไม่ได้ถูกศาลพิจารณาว่ามีความผิด และยังถือว่าได้รับการคุ้มครองตามหลักกฎหมาย โดยยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ตัวอย่างเช่น

  • ถูกแจ้งความดำเนินคดี

  • ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน

  • ถูกจับกุมตามหมายจับหรือกรณีที่กฎหมายให้อำนาจ

  • อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ

ในช่วงนี้ บุคคลจะมีสถานะเป็น "ผู้ต้องหา"

จำเลยคืออะไร

   จำเลย คือ บุคคลที่ถูกพนักงานอัยการหรือผู้มีอำนาจฟ้องร้องต่อศาลแล้ว และศาลได้รับฟ้องไว้พิจารณา

เมื่อคดีเข้าสู่ศาล สถานะของผู้ต้องหาจะเปลี่ยนเป็น "จำเลย" และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาล

ศาลจะเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดก่อนมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดหรือไม่มีความผิด

ดังนั้น การเป็นจำเลยไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิด แต่หมายถึงผู้ที่กำลังถูกดำเนินคดีในศาลเท่านั้น

ความแตกต่างระหว่างผู้ต้องหากับจำเลย

แม้ทั้งสองสถานะจะเกี่ยวข้องกับคดีอาญา แต่มีความแตกต่างที่สำคัญ ดังนี้

ผู้ต้องหา

  • อยู่ในชั้นสืบสวนหรือสอบสวน

  • ยังไม่ถูกฟ้องต่อศาล

  • อยู่ภายใต้การดำเนินการของพนักงานสอบสวน

  • สามารถเสนอพยานหลักฐานเพื่อประกอบการสอบสวน

  • มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากทนายความ

จำเลย

  • คดีถูกฟ้องต่อศาลแล้ว

  • เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล

  • มีสิทธิต่อสู้คดีในศาล

  • มีสิทธินำพยานเข้าสืบ

  • มีสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาตามกฎหมายเมื่อเข้าเงื่อนไข

ผู้ต้องหามีสิทธิอะไรบ้าง

กฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาในหลายด้าน เช่น

  • สิทธิได้รับแจ้งข้อกล่าวหา

  • สิทธิที่จะมีทนายความ

  • สิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การ

  • สิทธิในการเสนอพยานหลักฐาน

  • สิทธิได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

  • สิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

การทราบสิทธิของตนเองตั้งแต่ชั้นสอบสวนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลต่อแนวทางการดำเนินคดีในระยะต่อไป

จำเลยมีสิทธิอะไรบ้าง

 เมื่อคดีเข้าสู่ศาล จำเลยยังคงได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย เช่น

  • สิทธิได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

  • สิทธิแต่งตั้งทนายความ

  • สิทธิยื่นคำให้การ

  • สิทธินำพยานหลักฐานเข้าสืบ

  • สิทธิถามค้านพยาน

  • สิทธิแถลงข้อกฎหมาย

  • สิทธิอุทธรณ์และฎีกาตามเงื่อนไขของกฎหมาย

ศาลจะพิจารณาคดีจากพยานหลักฐาน ไม่ใช่จากการกล่าวหาเพียงอย่างเดียว

เมื่อใดผู้ต้องหาจะกลายเป็นจำเลย

โดยทั่วไป กระบวนการจะเป็นดังนี้

  • มีการแจ้งความหรือกล่าวโทษ

  • พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวน

  • รวบรวมพยานหลักฐาน

  • ส่งสำนวนให้อัยการ

  • อัยการพิจารณาสำนวน

  • หากมีคำสั่งฟ้องและศาลรับฟ้อง บุคคลนั้นจะมีสถานะเป็น "จำเลย"

ดังนั้น ผู้ต้องหาและจำเลยจึงเป็นสถานะที่เกิดขึ้นในคนละช่วงของกระบวนการยุติธรรม

เหตุใดจึงควรมีทนายตั้งแต่เป็นผู้ต้องหา

หลายคนเข้าใจว่าควรหาทนายเมื่อเป็นจำเลยแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ การมีทนายตั้งแต่ชั้นสอบสวนมีประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยให้

  • วิเคราะห์ข้อกล่าวหา

  • อธิบายสิทธิทางกฎหมาย

  • เตรียมการให้ปากคำ

  • ตรวจสอบเอกสาร

  • รวบรวมพยานหลักฐาน

  • วางแนวทางการต่อสู้คดี

  • ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • การเตรียมคดีที่ดีตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดความเสี่ยงในการเสียสิทธิและเพิ่มความพร้อมหากคดีเข้าสู่ศาล

หากเป็นจำเลยควรทำอย่างไร

เมื่อได้รับหมายศาลหรือทราบว่าคดีถูกฟ้องแล้ว ควรดำเนินการดังนี้

  • อ่านรายละเอียดของคำฟ้อง

  • ไม่ละเลยกำหนดนัดของศาล

  • เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

  • ปรึกษาทนายคดีอาญา

  • วางแผนการต่อสู้คดี

การดำเนินการอย่างเป็นระบบช่วยให้สามารถใช้สิทธิในศาลได้อย่างเต็มที่

บริษัท เอส ลอว์ เฟิร์ม จำกัด ให้บริการคดีอาญาประเภทใดบ้าง

  บริษัท เอส ลอว์ เฟิร์ม จำกัด รับให้คำปรึกษาและดำเนินคดีอาญาหลากหลายประเภท ได้แก่

  • คดีฉ้อโกง

  • คดียักยอกทรัพย์

  • คดีลักทรัพย์

  • คดีชิงทรัพย์

  • คดีปล้นทรัพย์

  • คดีทำร้ายร่างกาย

  • คดีฆาตกรรม

  • คดีหมิ่นประมาท

  • คดีปลอมเอกสาร

  • คดีเช็ค

  • คดีฟอกเงิน

  • คดียาเสพติด

  • คดีอาวุธปืน

  • คดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

  • คดีภาษีอาญา

  • คดีทุจริต

  • คดีธุรกิจ

  • คดีทรัพย์สินทางปัญญา

  • คดีอาญาตามกฎหมายพิเศษอื่น

  • ทีมทนายจะวิเคราะห์ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินคดีที่เหมาะสมกับแต่ละกรณี

เหตุผลที่ควรเลือก บริษัท เอส ลอว์ เฟิร์ม จำกัด

   บริษัท เอส ลอว์ เฟิร์ม จำกัด ให้บริการด้านคดีอาญาโดยยึดหลักความถูกต้องตามกฎหมาย ความรอบคอบ และการคุ้มครองสิทธิของลูกความ ทีมทนายมีประสบการณ์ในการดำเนินคดีตั้งแต่ชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา พร้อมให้คำแนะนำอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา เพื่อช่วยให้ลูกความเข้าใจกระบวนการทางกฎหมายและสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย
1.ผู้ต้องหาถือว่าเป็นผู้กระทำผิดแล้วหรือไม่?

ไม่ ผู้ต้องหาเป็นเพียงบุคคลที่ถูกกล่าวหาหรืออยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด

2.จำเลยหมายถึงผู้ที่ศาลตัดสินว่าผิดแล้วหรือไม่?

ไม่ จำเลยคือบุคคลที่ถูกฟ้องต่อศาลและอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ศาลจะวินิจฉัยจากพยานหลักฐานก่อนมีคำพิพากษา

3.ควรปรึกษาทนายตั้งแต่เมื่อใด?

ควรปรึกษาทันทีเมื่อทราบว่าถูกแจ้งความ ได้รับหมายเรียก หรือถูกจับกุม เพราะการได้รับคำแนะนำตั้งแต่ชั้นสอบสวนจะช่วยให้สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้อย่างเหมาะสม

สรุป

   ผู้ต้องหาและจำเลยเป็นสถานะทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ผู้ต้องหาอยู่ในชั้นสอบสวน ส่วนจำเลยคือผู้ที่ถูกฟ้องต่อศาลแล้ว ทั้งสองสถานะต่างได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและมีสิทธิในการต่อสู้คดี การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้สามารถเตรียมตัว วางแผน และใช้สิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้อง


     หากคุณกำลังเผชิญปัญหาคดีอาญา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะผู้ต้องหาหรือจำเลย สามารถติดต่อ บริษัท เอส ลอว์ เฟิร์ม จำกัด เพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนการดำเนินคดีอย่างเหมาะสม
บริษัท เอส ลอว์ เฟิร์ม จำกัด

โทรศัพท์: 089-066-9672, 02-161-0155

Line ID: @506zvgfh

S Law Firm logo 2.jpg

บริษัทเอส ลอว์ เฟิร์ม จำกัด

©2023 by S Law Firm Co., Ltd

Tel: 02-161-0155

Line: @506zvgfh

E-mail: slawfirmbkk@gmail.com

bottom of page